2005/Jun/01

สวัสดีครับ

กลับมาอีกครั้ง หลังจากหายหน้าไปนานมากครับ มัวแต่ไปทำงาน "Meet & Greet มือขวากับขาโจ๋" ครับ เลยทิ้งบล็อคไปเลย กลับมาอีกที ก็จะไม่เล่าเรื่องงานเอ๊กซ์โปแล้วครับ กลายเป็นล้าสมัยไปแล้ว มาเข้าเรื่องใหม่กันดีกว่า

ข่าวนี้สำหรับท่านที่ติดตามการ์ตูนผู้ชายของวิบูลย์กิจ หรือแฟน ๆ ของนิตยสาร KC.WEEKLY ขณะนี้ทางต้นสังกัดของเรา ได้คอนเฟิร์มข่าวเกี่ยวกับการ์ตูนในนิตยสารเล่มนี้มาแล้วว่า การ์ตูนสี่เรื่อง อันมี GET BACKERS, RAVE, Samurai Deeper KYO และ โรงเรียนนักสืบ Q ทุกเรื่องจะจบบริบูรณ์ภายในปีนี้แล้ว โดยที่ GB จะเป็นเรื่องแรกที่จบก่อน โดยจะจบในช่วงต้นสิงหาคมนี้ที่ญี่ปุ่น และเรื่องอื่น ๆ จะพากันทยอยจบในเดือนถัด ๆ ไป

แน่นอนว่า มีสี่เรื่องจบไป จะทำให้หน้ากระดาษของ KCW นั้นพร่องไปเลย ก็ต้องมีเรื่องใหม่เข้ามาเสริม ซึ่งตอนนี้เราพูดได้เต็มปากเต็มคำแล้วครับว่า เราลุ้นเต็มที่ ๆ จะนำเรื่อง TSUBASA : Reservoir Chronicle มาตีพิมพ์ให้ได้ จากนั้นก็จะตามด้วยเรื่อง ROSE HIP ZERO ที่เป็นภาคใหม่ของเรื่อง ROSE HIP ROSE ผลงานล่าสุดของ อ.ฟุจิซาวะ โทรุ ผู้เขียน GTO

ถ้าไม่มีอะไรพลิกค่ำพลิกหงายอีก เราจะได้ตีพิมพ์ทั้งสองเรื่องนี้ นั่นจะมีผลให้นิตยสารจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ถ้าข่าวคืบหน้าคอนเฟิร์มแล้ว เราจะรีบมาแจ้งโดยเร็ว ที่แน่นอนอีกอย่างคือ ถ้าเราได้พิมพ์ TSUBASA เราก็จะได้พิมพ์ XXX HOLIC ด้วย อะไรจะเป็นยังไง คอยติดตามข่าวนะครับ

ตั้งแต่ปลายเดือนนี้ จะมีข่าวเรื่องนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการอัพเดทข่าวของงาน VIBULKIJ COMICS PARTY VI ด้วย ตอนนี้งานมีชื่อตอนแบบไม่เป็นทางการว่า "SUPER TAISEN 6" (ซุป เป้อ ไท เซ็น ซิกส์) ปีที่แล้วมีขบวนการ V RANGER ปีนี้เตรียมพบ V ROBO ได้เลยครับ

2005/Apr/26

(ต่อจากเมื่อวานนี้)

ลืมพูดเรื่องของกินในงานเอ๊กซ์โปไป ถ้าเข้างานแล้วเดินไปทางขวาก่อน ก็จะเจอร้านมินิมาร์ทร้านแรก แน่นอนเพราะเป็นร้านแรก คนตรึมเลยครับ ตรงข้ามกับร้านแรก มีที่ให้นั่งพักกินขนม มีขายซอฟท์ครีมด้วย แท่งละสามร้อยเยน อร่อยดี จริง ๆ แล้วร้านข้าว ร้านก๋วยเตี๋ยวในงานมีเยอะครับ ราคาใช้คำว่า "แพง" ได้เลย เช่นตรงบริเวณพาวิลเลียนของโตโยต้า มีขายราเม็งรสชาติ "แย่" มาก ราคาตั้ง 800 เยนแน่ะ นั่นคือถูกแล้ว สำหรับงานนี้นะ ถ้าใครได้ไป ผมขอแนะนำให้กินของจุกจิกดีกว่า

ผมเดินเล่นและถ่ายรูป อยู่บริเวณเซโตะเป็นชั่วโมงเลยครับ มันมีอยู่จุดหนึ่ง ที่ญี่ปุ่นเขาได้สร้างเครื่องจักรพลังธรรมชาติแบบเก่า เอาไว้ เช่น กังหันแรงดันน้ำสมัยโบราณ แถมไม่ได้ทำให้ดูเฉย ๆ ให้คนที่มาดู เข้าไปทดลองใช้ได้ด้วย เด็ก ๆ จะได้รู้ว่า คนสมัยก่อน เขาวิดน้ำเข้านา หรือเข้าพื้นที่ต่าง ๆ ได้ยังไง บรรดาเครื่องเล่นเด็กก็ยังมีพวกสไลเดอร์สูง ๆ ให้เล่นด้วย (ประมาณตึกสามชั้น) แน่นอนว่าเด็กเล็กไม่ค่อยกล้าเล่นหรอกครับ แต่พวกวัยรุ่นมาเล่นกันเพียบ ผมอยากไปเล่นเหมือนกัน แต่กลัวมันหาว่าแก่ เลยไม่ไป เอาเป็นว่าบริเวณนี้เดินแล้วสบายใจ

พอเดินถ่ายรูปในบริเวณเซโตะเสร็จแล้ว ผมก็เดินไปยังบริเวณนางาคุเตะ (สองโซนนี้มีทางเชื่อมกัน โดยไม่จำเป็นต้องเดินย้อนทางเดิม)

ผมเริ่มต้นในโซนนางาคุเตะ ด้วยการเดินตามGLOBAL COMMON ต่าง ๆ ก่อนพาวิลเลียนของประเทศโซนยุโรปนั้น ผู้คนหนาแน่นมากครับ ต่อคิวไม่ไหวจริง ๆ ได้แต่เดินถ่ายรูป ในโซนยุโรปนี้ เขาได้เข้าไปดูบูธของประเทศฮอลแลนด์ เพราะแถวสั้นดี และถามพนักงานหน้าบูธแล้วเขาบอกว่า "รอเจ็ดนาทีเองครับพี่"

พาวิลเลียนของฮอลแลนด์นั้นเล็กมาก ซึ่งพอเดินเข้าไปข้างใน มันไม่มีอะไรเลยครับ เป็นฮอลโล่ง ๆ บริเวณผนังสี่ด้าน จะมีเก้าอี้วางไว้ผนังละแถว มีที่ว่างระหว่างแถวเก้าอี้กับผนังให้ยืนกันได้ เขาให้เข้าไปดูครั้งละประมาณห้าสิบคน ผมมองไปที่กลางห้อง มันถูกทำเป็นหลุมโล่ง ไม่มีอะไรเลย ตรงกลางฮอล มีทีวีพลาสม่าขนาดไม่ใหญ่มากแขวนอยู่กลางอากาศอยู่สี่จอล้อมเป็นสี่เหลี่ยม ในทุกด้านตามผนัง

ผู้คนเข้ามานั่งจองเก้าอี้เต็มหมด ผมเองก็ยืนดู แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เริ่มต้น เขาปิดม่านที่ประตู ปิดไฟทุกดวงในฮอล เปิดทีวีพอเปิดแล้วจอก็ยังเป็นสีดำสนิท มีภาพหยดน้ำไหลลงมาหนึ่งหยดไหลลงมา พอพ้นจอทีวีไป พื้นด้านล่างทั้งหมดของฮอลกลายเป็นมอนิเตอร์ไซส์ยักษ์ครับ หยดน้ำที่ตกจากจอทีวีไปตกบนพื้นที่เป็นภาพน้ำ กระจายเป็นวงน้ำทั่วพื้นฮอล

จากนั้นก็เป็นการเล่าประวัติของฮอลแลนด์ผ่านมอนิเตอร์ทีวี มายังมอนิเตอร์บนพื้นแบบสวยงามครับ ภาพบนพื้นชัดมาก (ทั้ง ๆ ที่มันเป็นพื้นปูนธรรมดานี่เองครับ) คงเป็นเพราะว่าประเทศฮอลแลนด์นั้น เป็นประเทศที่มีประวัติทางน้ำมากมาย เขาเลยอธิบายเรื่องของประเทศด้วยน้ำครับ

ดูประวัติได้สิบนาที การแสดงก็จบครับ เขาไม่โฆษณาการท่องเที่ยว ไม่โชว์สมบัติประจำชาติแต่เน้นไปที่การจะบอกว่าประเทศเขา "เป็นอะไร" ซึ่งถ้าพิจารณาในแง่ต้นทุนแล้ว ถือว่าใช้ทุนไม่มาก และได้ผลพอสมควรล่ะครับ

พรุ่งนี้จะมาเล่าเรื่องบูธอื่นให้อ่านกันอีกนะครับ

มาเข้าเรื่อง "มือขวาค่อย ๆ เปลี่ยนไป" ตกลงเรื่องงานอีเวนท์สำหรับ "มือขวากับขาโจ๋" ได้วันจัดงานที่แน่นอนแล้วคือวันที่ 28 พฤษภาคม 2548 นี้ เวลางานคือประมาณ บ่ายโมงถึงสี่โมงเย็น สถานที่ขออุบไว้ก่อน

ที่แน่ ๆ ในนิตยสารรายสัปดาห์ในเครือเราที่จะวางตลาดตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 2548 นี้ เราจะเปิดโอกาสให้ผุ้สนใจเข้าร่วมงานได้ รีจิสเตอร์ล่วงหน้า เพื่อเข้างาน เราจะรับเพียง 300 ท่านเท่านั้น ซึ่งจะมีของที่ระลึกมอบให้ทั้ง 300 ท่านด้วยนะ ส่วนท่านที่รีจิสเตอร์ไม่ทัน ก็มาร่วมงานได้ แต่จะไม่ได้ของที่ระลึกเท่านั้นเอง

มีอะไรให้ร่วมสนุกอีกเยอะเลยครับ และผมจะมาอัพเดทเรื่องนี้ทุกวัน (พ้วง)

2005/Apr/25

สวัสดีครับ

กลับมาพบกันอีกครั้งหลังสงกรานต์ วันนี้เพิ่งจะมีเวลาว่าง มานั่งเขียนข่าวให้อ่านกันครับ เอาเรื่องที่อยู่ในหัวขณะนี้ก่อนก็แล้วกันนะ

ใครที่อ่านนิตยสาร NEOZ เป็นประจำ คงจะรู้จักเรื่อง "มิโดริโนะฮิบิ" หรือ "มือขวากับขาโจ๋" เรื่องนี้ลงจบไปแล้ว (แต่ยังไม่มีรวมเล่มออกมา) จนมีการสร้างเป็นอะนิเมะออกมา และก็ออกอากาศจบไปแล้วเช่นกัน

ในปลายพฤษภาคมนี้ ฉบับรวมเล่มของเรื่องนี้จะได้ออกวางตลาดแล้วครับ และเราจะมีงานเปิดตัวฉบับรวมเล่มของการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยนะ

เราไม่เคยทำ ONLY EVENT มาก่อนเลย ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกครับ รายละเอียดต่าง ๆ จะค่อย ๆ นำมาบอกกันนะครับ

ต่อไปขอพูดถึงเรื่องตามกระแสกันบ้าง แน่นอนครับ เรื่องของงาน EXPO2005 นั่นเอง ศาลาของประเทศไทยใหญ่มากครับ (ใหญ่กว่าของหลาย ๆ ประเทศในภาคพื้นยุโรปด้วยนะ) ส่วนที่ว่างานออกมาไม่ค่อยดี ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ เพราะผม......

พูดเรื่องอื่นดีกว่าน่อ เกี่ยวกับการเดินทางไปจะไม่พูดถึงนะครับ เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจ อ้อ...มีอยู่เรื่อง ผมนั่งชินคังเซ็นสายฮิคาริมาจากโตเกียว ไปนาโงย่า ก่อนถึงนาโงย่า รถชินคังเซ็น จะผ่านสวนสนุกของโปเกมอนที่ชื่อ POKEPARK ด้วย แน่นอนครับว่าตกแต่งด้วยสีเหลืองอร่ามทีเดียว สวนสนุกแห่งนี้ไม่ใหญ่มากครับ แต่ตกแต่งได้สวยดี ที่สำคัญคือเข้าฟรีครับ เครื่องเล่นต่าง ๆ เหมาะกับเด็กเล็กมากกว่าครับ แต่เด็กโตจะได้เจอที่ถ่ายรูปดี ๆ มากมาย สวนสนุกเปิดสิบโมงเช้าปิดสองทุ่ม ท่านที่อยู่ที่นาโงย่าหลายวันหน่อย น่าจะมาเที่ยวที่นี่ได้ เพราะห่างจากสถานีนาโงย่าแค่ป้ายรถไฟเดียวเองครับ

พื้นที่ ๆ เอามาจัดงานเอ๊กซ์โปนั้นกว้างขวางมากครับ ประมาณสนามหลวงหลายสนามรวม ๆ กัน แค่เดินเที่ยวให้ทั่วก็ต้องใช้เวลาทั้งวันแล้วครับ ยังไม่นับถ้าจะเข้าไปดูตามพาวิลเลียนต่าง ๆ นะ ท่านที่กำลังจะเดินทาง การเดินทางจากโตเกียวไปยังเอ๊กซ์โปนั้นง่ายครับ ผมว่าต่อให้ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลย ก็ไม่น่าจะหลงได้ เพราะป้ายมันเต็มไปหมด ภาษาอังกฤษก็เพียบ

ถ้าไม่ได้ซื้อตั๋วเข้างานไว้ ไปซื้อหน้างานก็ได้ พอเข้าประตูงานไปแล้ว จะเจอร้านขายของ ที่ระลึกก่อน พอผ่านร้านขายของ คุณจะต้องเลือกว่าจะไปทางซ้ายหรือขวา ถ้าไปขวา คุณก็จะไปทางพื้นที่เซโตะ เป็นพื้นที่สำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ที่ไม่อยากต่อคิวเข้าพาวิลเลียน ถ้าคุณไปทางซ้าย คุณก็จะไปเจอพาวิลเลียนของโตโยต้าทันที และจะได้เจอคิวมนุษย์ยาวเหยียด

แน่นอน ผมไปทางขวา ทางขวามีเครื่องเล่นของเด็ก ๆ เยอะครับ น่ารักดี แต่แม้จะเป็นเครื่องเล่นของเด็ก ๆ ก็ยังต้องต่อคิวยาวเหยียด ซึ่งผมต่อกับเขาไม่ไหว ได้แต่เดินเล่นกับถ่ายรูป

ที่บริเวณเซโตะนี่ มีบูธที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเหมือนกันนะ เช่น บูธของมิตซุบิชิ ก็มาอยู่ที่นี่ เขาเสนองานโดยมีคอนเซพท์ว่า "ถ้าไม่มีดวงจันทร์ โลกจะเป็นอย่างไร" บริษัทเจแปนเรลเวย์ก็มาตั้งพาวิลเลียนที่เป็นรูปร่างชิงช้าสวรรค์สีแดงอยู่ด้วย โดยครึ่งหนึ่งของชิงช้าสวรรค์ จะสร้างอยู่ในตึกขนาดยักษ์ เข้าใจว่า คนที่ขึ้นกระเช้าไป จะได้ดูงานของบริษัทในตึกนั้นน่ะครับ

บริเวณเซโตะนี่เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอสวนสนุกของเด็กเข้าด้วย ก็มีเครื่องเล่นตามหลักของสวนสนุกทั่วไป แต่มีอยู่ที่หนึ่ง เตะตาผมมาก คือตึกที่แสดงภาพวาดของ โมริโซะกับคิคโคโระ มาสคอทของงานนี้ ที่เด็ก ๆทั่วญี่ปุ่นวาดส่งมาประกวดกัน ภายในตึกจะมีเทคโนโลยีง่าย ๆ สำหรับเด็กเพียบเลยครับ ที่น่ารักมากก็เช่น มีบูธให้เด็ก ๆ ลองมาปั้นขนมเป็นรูปร่างต่าง ๆ ด้วยนะครับ โดยเขาจะมีถุงมือ, ผ้ากันเปื้อนให้เรียบร้อยเลย

อ่า...เหนื่อยแล้วครับ วันหลังจะมาเขียนต่อนะครับ